SlleNce's profileIn the Corner of SiLence...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    April 29

    Pattaya(ได้ขึ้นซักที)

    อ่า...จะเริ่มไงดีล่ะ ผ่านมาตั้งอาทิตย์นึงแล้วเพิ่งจะมาเขียน เอาเป็นว่า...
    วันแรก นัดเที่ยงกันที่ ห ญ ศิริราชก็รีบเลือกตั้งแหละ(กัวโดนประนาม)
    ตอนแรกพ่อบอกให้ไปจัดการเรื่องคอมต่อที่พันทิพย์ก่อน(11.00 เวงกรรม)
    แล้วใครจะไป? 555
    ก็ไม่ไปสิคับ รีบมาเลยทีเดียวแหละ กลัวตกรถ "เนี่ย เที่ยงเป็นเวลารถออกนะไม่ใช่เวลานัดเจอ"ใครพูดหว่า แล้วสุดท้ายไปรับก้องขึ้นรถซักบ่ายโมงได้มั้ง เหอะๆเอสไอทาม
    นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ ปัญหาคือ...
    เราไม่ได้กินข้าวมาง่ะ(เพื่อนๆกินกันหมดแล้ว) เวงดิ
    เลยได้ขึ้นรถคนสุดท้ายเพราะมัวแต่ไปซื้ออีซี่โกกิน 55
    ตลอดทางที่ไป สารภาพเลยว่า...ง่วง!
    แต่...ไม่ได้นอน เพราะพวกพี่ๆเม้าท์กันกระจาย(จิงๆเราก็ด้วย อิอิ)
    รถติดมากเลยเพราะพวกเล่นสงกรานต์ ในใจเราก็คิดพรุ่งนี้จะโดนอย่างนี้บ้างมั๊ยเนี่ย
    และแล้วหลังจากวกเข้าเรื่องการเมืองประมาณ 3 รอบ + สว.เจ๊บีอีก 2
    เราก็ตกลงกันว่ากินก่อนเที่ยวก่อนแล้วค่อยเข้าโรงแรม
    ด้วยประการฉะนี้ เราจึงได้ไปกินข้าวที่"มุมสบาย"
    นับว่าอร่อยดีทีเดียว ราคาไม่เว่อร์สำหรับที่แบบนั้น แต่..
    ไม่อิ่มง่ะ ! อิ่มกันหมดแล้วเหรอ T_T
    เอาน่า ไม่เป็นไร ไปเมืองจำลองต่อ
    ก็ดีนะ มีสถานที่แปลกๆดี บางอย่างที่ไม่คิดว่าจะมีในโลกก็ได้เห็น
    ที่สำคัญคือการที่เค้าย่อสิ่งก่อสร้างให้เล็กลงแบบนี้ ทำให้เรามีโอกาสถ่ายในมุมแปลกๆที่ชีวิตจริงคงทำไม่ได้ แต่ก็นะ ก็มีบางอย่างเหมือนกันที่แปลกๆเช่นธนาคาร หรือตึกอะไรก้ตามที่"จะเอามาจำลองทำไมวะ" ไม่เข้าจายเจงๆ
    หลังจากเดินชม+ถ่ายรูปไปได้ซักพัก ก็ฝนตกพรำๆน้ำส้มกางร่ม เราก็มาที่โรงแรมกันซะที เย้
    คงมีเราคนเดียวมั้งที่หิว ปรากฏว่าไม่มีใครจะกินต่อเลย แต่แวะท็อปที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน เสร็จสิครับ ธีร์เหรอจะทน ทานพิซซ่าไปได้ชิ้นนึงเอากลับอีกชิ้น+ขนมปังอีก4-5ก้อน ขนมอีกหน่อย สรุปว่าคืนนั้น  อิ่มแล้วล่ะแถมมีเหลือไว้กินวันรุ่งขึ้นด้วย โอวว์ชีวิตมีความสุข
    กิจกรรมกลางคืน แน่นอน มากับกลุ่มนี้จะมีอะไรนอกจาก จั่วคับ รีบเอามาเลยดีกว่า(เราเล่นไม่เป็นนะ)
    สรุปว่างานนี้มาฝึกวิทยายุทธ์กันแบบฟูลคอร์สทีเดียว หนึ่งคืนก็เล่นเป็นไปหลายอย่างเชียว

    วันต่อมาตื่นไปกินต้มเลือดหมูไม่ไกลจากโรงแรมนัก อร่อยดีนะ แต่คนเยอะง่ะ ยิ่งกลุ่มเราไปกันหลายคนยิ่งไม่มีที่ แต่ก็ดีอีกอย่างที่ไม่ไกลจากโรงแรมมาก
    หลังจากกลับมาผู้ชายหลับ ผู้หญิงก็คอสเพลย์กันไป โทษทีเจงๆช่วงนั้นเราเบื่อๆถ่ายรูป ขี้เกียจอ่ะ(แต่ช่วงนี้ดีขึ้นเยอะและอยากรู้เหตุผลก็ดูที่ the scene to die for ละกัน)
    จนถึงเที่ยงมั้งพวกๆก็ตกลงปลงใจไปเสียเงินที่ริปลี่ย์กัน เค้ามี 4 อย่างที่เด่นๆ(อันไม่เด่นไม่รู้ว่ามีรึเปล่าเหมือนกัน) คือพิพิธภัณฑ์ ห้องกระจก บ้านผีสิง แล้วก็มูฟวิ่งเทียเตอร์ เราเข้าแค่อันที่สองกับสาม(ไม่มีเงินโว้ย) ก็ดีนะ เราชอบห้องกระจกอ่ะ ไอเดียดีแล้วมันก็ไม่มีที่อื่น ให้อารมณ์ผจญภัย(หาประตู)นิดๆ
    ส่วนบ้านผี(หรือปราสาทหว่า) เรากลัวนะก่อนเข้าอ่ะ เพราะเราเข้าครั้งสุดท้ายตอนยังจำความแทบไม่ได้เลยอ่ะ
    แต่...มาหมดอารมณ์ก้ตอนรอเนี่ยแหละ รอจนเฉยๆไปเลย(แต่พนักงานแต่งหน้าดีนะ เราว่า
    หัวค่ำ ทีเด็ดก็ตามมา ทิฟฟานี่ครับ ! ชาตินี้ไม่เคยคิดจาไปดูเลยนะเจงๆ เดินเข้าไปโดนเรียกไปถ่ายรูปพร้อมตาแก่นี่ต้องรีบหนี
    เราโบกมือบ๊ายบายแล้วก็เดินไปเลย ส่วนตาแก่..น่าสงสารหนีไม่ทัน เจอของดีเข้าให้555 อยากรู้ไปถามเจ้าตัวเองละกัน
    เอาเป็นว่าเข้าไปนั่งดูเนี่ยมันบ่นพอควรเลยทีเดียว "แม่ง กูโดนหลอกเอาเงิน"(ขออภัยในความไม่สุภาพ) แต่เอาเข้าเจง พอตอนจะจบ"เฮ้ย คนนั้นน่ารักว่ะ ยิ้มสวย" 
    ส่วนอีกข้าง "เฮ้ยธีร์ กูไม่ไหวแล้ว มึงเข้าใจมั๊ย กูไม่ไหวแล้ว
    แม่ง ขาวว่ะ กูกำลังต่อสู้กับดาร์คไซด์ในตัวกูอยู่เนี่ย" 
    ส่วนเรานั่งอยู่ตรงกลาง "เวง คืนนี้กรูจารอดมั๊ยเนี่ย -_-' "
    แล้วเป็นไง เดินออกมา แต่ละคนเนี่ยคว้ากล้องเดินเข้าหา"พี่ๆ"กันใหญ่ กว่าจะกลับโรงแรมกันได้นานทีเดียว
    นิดนึงกับความเห็นของเรา เรางงมากๆเลยตอนเข้าไปครั้งแรก คือเราไม่คิดว่าจะเป็นธุรกิจใหญ่ขนาดนี้ เจงๆนะ งงมาก
    แล้วนักแสดงก็แสดงดีอ่ะ ยอมรับเลย ไม่เสียดายเงิน ขอบคุณเพื่อนๆที่พาเราไปเปิดหูเปิดตานะ
    แล้วคืนนั้นก็ผ่านไปอีกคืน กับการ"จั่ว"

    วานสุดท้าย ตื่น 8 โมง กับเพลง Some Where I belong แต่...ดันลืมว่าเป็นเวลาตื่นหรือว่าเวลานัด เลยไปนั่งกึ่งหลับกึ่งตื่นตรงบันไดหน้าห้องเจ๊ๆถึง 8.30 แล้วสรรค์ก็ทรงโปรด มีคนเปิดประตูห้องออกมา
    หลังจากนั้นก็เลยเดินไปเล่นน้ำกัน มี เรา ส้ม กิ๊ก ปูเป้ โอ๋(คนนี้ไปถ่ายรูป) เล่นได้แปบเดียวแหละ น้ำสกปรก แล้วแดดก็เริ่มร้อน ก็เลยเดินกลับโรงแรมมาอาบน้ำแล้วไปกินข้าวกับเพื่อนๆ
    แน่นอนกับวันที่ออกแรงแต่เช้าอย่างนี้ 2 ชามคับ(แต่โต๊ะเราก็สองชามทุกคน)
    ตลกมากคือคนขายไม่รู้จักข้าวหน้าไก่ เลยเป็นข้าวมันไก่แบบข้าวสวยแทน กรำ -_-''
    ขากลับก็ไม่มีไรอ่ะ เช็คเอ้าท์ตอนเที่ยงได้มั้ง แล้วก็ไปบ้านสุขาวดี
    โอว อลังการดีแท้ ห้องเดียวก็ใหญ่กว่าหอประชุมแล้ว แต่เราว่ามันไม่ค่อยมีรสนิยมเท่าไหร่(บางห้อง) แต่อลังฯจริงๆอ่ะ กลับถึงศิริราชซักบ่าย 3 มั้งถ้าจำไม่ผิดนะ(ลืมแล้ว แฮะๆ)
     
    ปล.ขอบคุณคุณน้ามากๆที่ให้พักแล้วก็เลี้ยงข้าว  ขอบคุณเพื่อนๆที่ไปเที่ยวกับเรา พาเราไปดูสิ่งแปลกๆ อดทนเรา(คงจะมาก)
         ส่วนรุจา ไม่ต้องกางวล เสื้อตัวนั้นยังไม่ยืดหรอก ล้อกันเล่นๆเท่านั้นเอง อิ_อิ
    March 23

    งานบวชวันที่2-3

                 ก็..ตื่นมาตีสี่อ่ะ แล้วก็เดินลุยป่าออกมา ได้เจอแมงป่องช้างด้วย(พี่ยิมบอก) ตัวสีดำขลับเลย ตัวประมาณฝ่ามือนี่แหละ ถึงตาย!  แล้วก็ไปหยิบไม้กวาด  แม่นแล่ว เค้าเรียกว่าไปตีตาด(ไม่รู้สะกดถูกป่าว) คือไปกวาดลานวัดน่ะแหละ มองไม่เห็นไรแต่ก็กวาด
                จากนั้นก็กลับมาที่กุฏิ แต่งตัวลุยของจริง คือพิธีงานบวชแหละ ตอนแรกก็กังวลนิดนึงเพราะเราไม่รู้กำหนดการของงานเลย แต่พี่บอกว่าปีนี้เค้าชิวๆ ก็ดีแหละ ไม่ต้องรีบมาก
                 ช่วงแรกก็เหมือนเป็นเปิดงานอ่ะ ไม่มีไร เสร็จแล้วก็กินข้าวแล้วก็ให้คนที่จะบวชไปโกนผม แล้วจะรออะไร  ก็ไปถ่ายสิคับ(งานนี้พี่ของบัดดี้ไปด้วย เห็นถือกล้องประเทเดียวกันตอนไปกวาดลานวัด ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าใคร เห็นหน้าอ่อนๆไม่คิดว่าปี5) จากนั้นก็เป็นงานพิธีจริงๆซักที  ก็ขอบวช ขอศีล เคารพพระอุปัชชาย์ แล้วก็รับอัฐบริขาร ดูแปลกๆเหมือนกันตอนโกนหัวเสร็จแล้ว ยิ่งตอนเป็นนาคกับตอนเป็นพระยิ่งแปลก เราเองกับแจนไม่ค่อยกล้าเข้าไปคุยเลย ไม่รู้จะพูดยังไงอ่ะ กลัว
    กว่าจะเสร็จก็ประมาณ 11 โมงอ่ะ พอดูกุฏิเก็บงานไรเสร็จก็เที่ยงแล่ว  แล้วมีหรือพี่ศิ(คนที่นำคราวนี้)จะหมดไฟ ไม่หรอก
    พี่แกพาไปเที่ยวต่อ  ในจังหวัดอุดรแหละ ไปดูน้ำตกที่ไม่มีน้ำ!! วัด แล้วก็ไปซื้อของเตรียมตักบาตรพระใหม่พรุ่งนี้
               กลับมาวัดก็ประมาณ 5 โมงอ่ะ กลับมาเตรียมอาหาร ได้เฉาะมะพร้าว ขูดมะพร้าว ปั้นขนมจีบ ปอกสาลี่ กระทียม
    ประมาณเนี๊ยถึง 2 -3 ทุ่มโน่นแหละ  เบลล์ดูเด็กมากเลย เหมือนไม่เคยเห็นครัว สนใจไปหมดทุกอย่าง อยากทำนู่นอยากทำนี่ แถมยังขอเค้าจดสูตรขนมจีบกลับมาด้วย  ถ้ามีบุญคงได้กินนะเพื่อนๆ5555  หลังจากนั้นก็ทำวัตรเย็นแล้วก็นอนอ่ะ(อ้อ ตอนเช้าผู้ ช ตื่นมาทำวัตรเช้ามาตีตาด ส่วนผู้หญิงนอกจากพี่ศิแล้วตื่นกัน 6 โมงครับเพ่ ออกมายืนแปรงฟันกันหน้าสลอนเชียว ได้ข่าวว่านัดตี 4 ครึ่งนะเพ่)

    --------------------------------------------------------------------------------
          วันสุดท้าย ตื่นเหมือนเดิม แต่ต่างกันหน่อยตรงที่เช้านี้ฝนตก ฮุๆหนาวโว้ย!!
    ทางเดินกลับไปก็เป็นดิน ป่านนี้คงเละหมดแล้ว ฝนก้ยังไม่หยุดตก แต่ด้วยความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่(ของพี่ยิม) เราก็เดินกางร่ม ส่องไฟฉายและก็เดินฝ่าสายฝนอันเย็นเยียบมา(เพื่อบรรลุหน้าที่อันยิ่งใหญ่  อยากนอนต่ออ่ะ) ไปตรงที่ทำวัตร ไม่เจอใคร ก็คิดว่าเอาอีกแล้วผู้ ญ วันนี้เอาอีกแล้ว เอาวะ ไปห้องครัวต่อดีกั่ว แล้วก็พบสิ่งไม่คาดฝัน55 ผู้ญ ทุกคนทำงานอยู่หมดเลย(แก้ตัวสำเร็จแฮะ) สรุปว่าเช้านั้นก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากทำกับข้าวแหละ เสร็จ แล้วก็เตรียมตัว
    ออกไปตักบาตรพระใหม่แถวโรงพยาบาลประจำจังหวัด(มั้ง) ตอนนั่งไปเราเผลอหลับด้วย ตื่นมาไม่เจอใครเลยซักคน งงทีเดียว แฮะๆ พอลงรถไปปรากฏว่าเค้าตั้งแถวกันเรียบร้อยหมดแล้ว แล้วพระก็กำลังจะมาแล้วด้วย ก็ยุ่งๆนิดๆอ่ะ
          (ฝนยังตกอยู่)จากนั้นก็ตามคับ เป็นเด็กวัด เดินตามพระ แอบชั่วนิดนึงคือไม่ได้ถอดรองเท้าอ่ะ แต่เดินไปไม่ได้ทำไรหรอก เค้ารวมของไว้อีกที่นึงแล้ว ไม่ต้องช่วยยก เลยไปเดินตามเฉยๆวนหนึ่งรอบก็กลับวัด
          เก็บของเสร็จ(ฝนยังตกอยู่เช่นเคย) เดินลุยกลับมา(เท้าเปล่า ดีที่วันนี้ใส่ขาสั้น)
    แล้วก็ลุยต่อไปดูหมูป่า !! น่ารั๊กจริงเชียว อ้วนๆมารุมกันกินอาหารที่คนทางวัดเอามาให้ 10 กว่าตัวแนะ วิ่งมากินเสร้จก็วิ่งไป แล้วเราจะอยู่ทำไม ก็กลับดิ
    แต่ช้าก่อน พี่ศิ(อีกแล้ว) ของเรามีหรือจะกลับเฉยๆ (ไม่)แวะหนองคายก่อนน้อง
    ไปดูฝั่งลาว ถ่ายรูป ไหว้พระ แล้วค่อยนั่งรถกลับ กทม.
    แต่....ไม่มีไรได้มาโดยไม่เสียอะไร เลทคับ ได้กินข้าวเที่ยงที่อุดรตอนบ่าย 3
    แล้วพี่แกก็กลับบ้านเลย(เค้าเป็นคนอุดร) เราก็นั่งรถกลับมากันเอง ได้ดูหนังจบไป 3 เรื่อง  ต่อเพลงสมัยพระเจ้าเหาไปร่วมครึ่งร้อยแล้วก็เล่นเกมชวนปวดหัวอีก 3 ชั่วโมง
    ก็ถึงที่และ  แต่ยังไม่จบ แน่นอนฝ่ายที่ไม่เคยตาย...สวัสดิการ ทำหน้าที่อีกแล้วครับทั่น55 ตายพอดี(ถึงตอน 5 ทุ่มกว่า) คืนนั้นเราก็ได้นอนตี 2 อยู่ดี T_T
    March 21

    งานบวช วันแรกค้าบบบ

    โย่ว หลังจากนอนได้ 2.30 ชั่วโมง ก็ตื่นขึ้นมาที่เวลาตี 5
    ตื่นมาเก็บของต่อนิดหน่อยแล้วพ่อก็มาส่งที่ศิริราช(ไม่งั้นก็ต้องนั่งรถไปเอง T_T)
    มาถึงตอนหกโมงสิบ ไม่เหนมีใครเรยยยย  ง่า
    เป็นความว่างเปล่าหน้าเซเว่นที่แสนมืดมิด T_T
    เพื่อนๆพี่ๆไปหนายกานนน ช่วยไม่ได้ เลยไปอ่านหนังสือพิมพ์ใต้หอหญิงแทน
    อ้าว มีของอยู่ ของของเบลล์กับพี่เมย์แล้วก็ชมรมพุทธนิ แล้วตัวไปไหน งง??
    (ใครวะนัด 6 โมงให้มาช่วยขนของ)
    ไม่รุ ไม่สนใจ นึกว่าไปเอาของข้างบน นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ใต้หอดีกั่ว
    อ่านไปซักพักพี่เมย์โทรมาให้เอารถเข็นไปช่วยขนของที่ชมรม
    อ่ะ เราก็ไปเอาแล้วก็มานั่งรอ (หน้าหอ ญ มีรถอยู่แล้วคันนึง)
    ก็รอไปอีกนาน ไม่เหนมีใครมาซักที(ห ญ )
    จนเดินไปเดินมา แจนก็มา แล้ว....ความจริงก็ห้องชมรมพุทธอยู่ตรงพระเมตตา โอ้ว ความรู้ใหม่
    รอตั้งนาน
    หลังจากนั้นก็กลับสู่จุดเริ่มต้นของเราที่คณะนี้.....สวัสดิการ
    ได้เหงื่อแต่เช้าเรย ไม่เป็นไรมีคนอาบเหงื่อด้วย55 พี่ยิม
    ขึ้นรถถ้าไม่นับคนขับรถ 2 คน ก็มีปี 2 3 คนอย่างที่บอกไปแล้ว
    พี่เมย์มินิ พี่เอิร์ล แล้วก็พี่ยิม นอกนั้นเป็นพี่ชมรมกับญาติคนที่จะบวช(อีกคนที่ไม่รุจัก)
    จากนั้นก็ไม่สนใจคับ ตีตั๋วนอนโล้ด นั่น    นับเป็นบ่อเกิดแห่งความแค้นตามมา
    นั่นคือพอเราตื่นขึ้นมาแล้วเค้าก็เปิด เดอะ เลตเตอร์ ดูกัน
    ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นเกะ!! T_T คือหนังเรื่องนี้เคยดูแล้วง่ะ
    เซ็งเลย พลาดสองต่อ
    หลังจากนั้นก็ไม่มีไรอ่ะ นอนๆหลับๆ ฟังเพลง ดูหนัง ร้องเพลงด้วยเอ้า
    แวะกราบพระบรมสารีริกธาตุที่วัดไรไม่รุแปบนึง แล้วก็เข้าวัดอ่ะ
    ประตูวัดดูอลังมาก ถ้าไม่มีลายดอกบัวนินึกว่าประตูวัง
    แต่พอเข้าไปก็ วัดแหละ (แอบลุ้นอยู่บ้าง)
    เอาของลง ยกของไปยกของมา ก็ได้รู้ว่าต้องไปอยู่กุฏิรับรอง(ไม่มีไฟ)
    ในขณะที่ผู้ญ อยู่ใกล้โรงครัว มีไฟพร้อม แถมพื้นเป็นหิน
    แล้วไงล่ะคับ ก็เดินลุยเข้าไปอ่ะดิ ดีที่พี่เล็ก(ปี4) เค้ามาอยู่ก่อนหน้าจนชำนาญทางแล้ว
    คือไม่มีไฟง่ะ เปิดไฟฉายเดินลุยเข้าป่าไป 4 คน   อูวว์สนุกมากมาย
    ไปถึงแล้วก็เก็บของจัดที่นอน ใต้แสงเทียน อูวว์(2) โรแมนติกมาก มีอยู่ 2 เล่มเนี่ย
    (ลืมบอกไปเจอแมงป่องด้วย ตัวประมาณ 2 นิ้วสีน้ำตาลอ่อน น่ารักเชียว)
    สุดท้ายก็ได้นอน 5 ทุ่มแหละ แถมก่อนนอนพี่ยิมยังไปนั่งสมาธิชั้น 2 อีก อูวว์
    แล้วก็ได้พบความลำบากของการผอมไป คือ
    หลังมันลอยจากพื้นอ่ะ(ปวดหลังอยู่)
    คือตรงเอวนี่สอดมือเข้าไปได้เลย เหอะๆ ไม่ต้องอิจฉากานน้า
    วันแรกก็หมดแค่นี้แหละ ไว้เด๋วมาเขียนใหม่น้า