SlleNce's profileIn the Corner of SiLence...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    April 19

    ความในใจ...

    เฮ้อ...
    มาเขียนไว้ในนี้ก็ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครอ่าน
    (ถึงได้มาเขียนในนี้ไง)
    ตอนนี้เธอจะรู้สึกบ้างไหม
    จะรู้สึกยังไง
    เมื่อวันเวลาที่เหลืออยู่ไม่มีเราใกล้ๆ
    จะรู้มั๊ยว่าคนๆนี้ สับสน เหงา เป็นห่วง แค่ไหน
    กับทุกๆวัน ในตอนนี้
    มีแต่สิ่งที่ผ่านเช้ามาและก็ผ่านไป
    เธอไม่เคยหยุด ที่จะทบทวน
    เปลี่ยนแปลง แก้ไข
    ได้แต่ใช้ชีวิตให้สนุกๆไปวันๆ
    นั่นคงเป็นธรรมชาติของเธอ
    คงดีแล้ว.. สำหรับเธอ..
    เพื่อเธอจะได้มีชีวิตที่ดีต่้อไป
    คนๆนี้จะได้หมดห่วง หมดกังวล
    แต่จะให้หมดความรู้สึก หมดใจ
    คงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ
    คนๆนี้ทำหใ้เธอไม่ได้จริงๆ
    สิ่งสุดท้ายที่พอจะทำได้
    คือเป็นคนสุดท้ายที่จะอยู่ตรงนี้เสมอ
    หากเธอต้องการ..
    คนที่ตอนนี้เหมือนจะห่างไปแสนไกล
    แต่ไม่เคยหายไป
    แต่ที่ห่างไว้ก็เพื่อ เธอ
    แม้สิ่งที่เป็นในตอนนี้จะทำให้เสียใจแค่ไหน
    แต่จะไม่เสียใจที่ทำเพื่อเธอ

    ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างดีที่สุดแล้ว
    ใช่มั๊ย ?

    โชคดี.
    October 29

    ค่ายเส้นทางฯ

         ปีนี้ก็เป็นครั้งที่ 9 แล้วกับค่ายนี้ ปีนี้ก็เหมือนเดิมๆที่น้องๆมัธยมจะเข้ามาเล่นมาดูงานกันในโรงพยาบาล หน้าที่ของข้าพเจ้าในครั้งนี้คือ...ไม่มีครับ55
    แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ทำอะไรเลยหรอกนะ  คือไม่ได้มีชื่อเป็นหน้้าที่ก็แค่นั้น แต่ก็ไปช่วยบ้างนิดหน่อย  เป็นครั้งแรกที่ได้เป็นพี่ฐาน โดยฐานที่เป็นคือpharmacology
    และแน่นอนว่าเหตุที่ต้องมาทำไม่ใช่อะไรอื่น...ถามคนแถวๆนี้เอาแล้วกัน  ก็หนุกดีนะได้มาเล่นอะไรแปลกๆได้กลับมาเป็นเด็กแปบนึง แต่ก็ไม่เด็กมากอ่ะ
    ดันให้มาเล่นบทหมอ(แล้วมันจะต่างอะไรกับชีวิตปกติมั๊ยเนี่ย)  ฐานนี้จะให้คนไข้มาแล้วก็ให้น้องเอายาที่คิดว่าน่าจะใช้ได้ผลมาตอบ  น้องบางกลุ่มนี่แค่คนไข้เข้ามาก็ตอบได้แล้ว!! แถมถูกซะด้วย!!  หมอล่ะเป็นงง คนไข้ก็งง รู้ได้ไงวะ  มีแววรุ่งนะเนี่ย มาลองสอบดูนะน้ิองน่าจะจบไปทำงานได้ดี แต่...คิดดีๆก่อนแล้วกัน555
        นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีไรมาก  งานเดิม...ถ่ายรูป แต่คราวนี้เราไม่ได้คุมเหมือนปีที่แล้ว ปีนี้ปล่อยให้น้องคุมบ้างเด๋วงานหน้าข้ามฟากจะได้ทำเป็น
    ตอนนี้ยังไม่เห็นผลงานเท่าไหร่แต่ก็เชื่อฝีมือน้องๆ(แหงอ่ะ เทรนมากับมือ)  ยังติดใจนิดหน่อยที่ค่ายทั้งสองครั้ง(ค่ายนี้มีปีละสองครั้งนะครับ)
    ไม่ได้ดูสไลด์เลย  ค่ายครั้งแรกได้คนไข้ emergency ค่ายครั้งที่สองกลับบ้านไปซะก่อน  เสียดายเหมือนกันนะเนี่ย t_T
         ส่วนเรื่องอื่นก็มีว่าตอนนี้ข้าพเจ้ากำลังจะลงวอร์ดอีกแล้ว  วอร์ดตอนนี้คือศัลยศาสตร์ ต้องรับคนไข้ประมาณสัปดาห์ละสองคน เขียนรายงานทั้งที่ความรู้ไม่ค่อยจะมี  มีราวนด์วอร์ด(ที่ไม่ค่อยจะไปราวนด์)ทุกเช้า  ยังดีที่อาจารย์ไม่โหดร้ายมาก(แต่ก็มีที่กวนๆเหมือนกัน)
    เพิ่งรู้ว่ามีกฎห้ามให้เบอร์คนไข้ตอนที่มาเล่าให้ไอ้คุณเมทฟังว่าเราโดนขอเบอร์ก่อนคนไข้จะออกจากโรงพยาบาลเนี่ยแหละ แปลกดีเหมือนกัน
    แสดงว่าเราไม่ใช่คนแรกนะเนี่ย  ยังไงซะตอนนี้เค้าก็ออกไปแล้ว ส่วนเราก็ต้องมานั่งทำงานต่อทั้งงานชมรมแล้วก็เตรียมสอบ  เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจะหายไปอีกแล้วนะคร้าาบบบ55  คราวนี้อาจจะไปนานมากเลยล่ะ เพราะว่าวอร์ดหน้าจะเป็นของจริง!!  วอร์ดเม็ด -_-'

    ปล.ช่วงนี้มีความสุขมากมาย ^_^
    September 03

    ผู้หญิง จิงจิงเลย

    อาทิตย์นี้เปิดหลังงานกีฬามหาลัยโลกมาได้สามอาทิตย์และ
    หรืออีกนัยหนึ่ง...
    ก็คือขึ้นวอร์ดนรีเวชมาครึ่งนึงแล้ว!!!
    ตามชื่อวอร์ด...นรีเวช...แน่นอน ...ผู้หญิง
    เพื่อนผู้ร่วมวอร์ด(ชะตากรรม)หญิงด้วยกันยังพูดว่า
    "กับอีแค่อวัยวะไม่กี่ชิ้นเนี่ย ทำไมยุ่งจังวะ ไม่เห็นตั้งวอร์ดของผู้ชายบ้างเลย"
    ก็ลองมาเป็นผู้ชายดูสิครับพี่น้อง แล้วจะรู้ว่าในมุมมองของผู้ชาย...มันยิ่งกว่านั้นอีก
               นอกเรื่องมาซะยาว เอาเป็นว่าจะเล่าคร่าวๆละกันสำหรับคนที่ยังไม่รู้ คือว่าวอร์ดนี้จะรับคนไข้อาทิตย์เว้นอาทิตย์
    เมื่อรับคนไข้ก็ต้องไปซักประวัติตรวจร่างกายเค้า แล้วก็มาเขียนรายงาน ส่งเช้าวันรุ่งขึ้น กรุณาสังเกตว่าไม่ใช่ 1 วันถัดไปเพราะถ้าได้ตอน 6 โมงเช้าก็ต้องส่งเจ็ดโมงอยู่ดีT_T ส่งเจ็ดโมงก็โดนอาจารย์ซอย(ละเอียดซะ) ถ้าซวยกว่านั้นก็จะโดนสิ่งที่เรียกว่า PV ใหญ่ หรือก็คือโดนซอยรอบสองโดยอาจารย์อีกท่าน(ที่ไม่ใช่คนเมื่อเช้า)
    และเพื่อนๆครึ่งชั้น(อีกครึ่งจะไปอยู่ที่อื่นเช่นที่หน่วยคนไข้นอกหรือห้องผ่าตัด)
    บวกกับตรวจภายในต่อหน้าอาจารย์
    ส่วนคนไข้ที่มาก็มีตั้งท้องธรรมดา
    ปวดท้องผู้หญิง ยันมะเร็งระยะสุดท้าย
    แล้วแต่บุญกรรมแต่ละคนว่าจะได้เคสไหน
    กี่โมง และที่สำคัญที่สุด...
    อาจารย์คนไหน
    เพราะอาจารย์แต่ละคนก็มีรูปแบบต่างกัน
    ความชอบต่างกัน
    ความรู้ต่างกัน
    แต่..
    ไม่ฟังนักศึกษาเหมือนกัน
    เขียนไม่ถูกใจอาจารย์...
    ...ก็จบ(ซวยไป)


    อาจฟังดูน่ากลัวสำหรับคนที่ไม่อยู่ในวงการ
    แต่จริงๆแล้วตั้งแต่ขึ้นปีสี่มาก็เริ่มชินแล้วละ
    โดยรวมๆวอร์ดนี้ก็ไม่หนักมากหรอกนะ สบายๆดีเหมือนกัน

    สุดท้าย
    นี่เราบ่นอะไรของเราเนี่ย?
    (เพิ่งรู้ตัวว่าพิมพ์อะไรออกมาไม่รู้เรื่องอีกแล้ว)
    ถ้างั้นฝากสาระไว้นิดนึงละกันสำหรับคนที่จะซื้อกล้อง
    ณ บัด now
    ถ้าจะซื้อ ไม่ compact ก็ dSLR ไปเลย
    ขึ้นกับ
      - การใช้งาน
     - งบ
    ที่เหลือจากนี้ไม่ค่อยน่าเล่นเท่าไหร่
    ส่วนที่ว่าจะรุ่นไหน
    สำหรับคอมแพคเราเชียร์แคนนอนรุ่นที่เลนส์เริ่มตั้งแต่ 28 mm.
    ราคาน่าจะประมาณ 15000 ไม่เกินนี้
    ส่วน dSLR ไว้มาคุยกันอีกทีละกัน

    ปล.อยากดูหนัง อยากถ่าย portrait จัง มีใครสนใจเป็นนางแบบมั๊ยคร้าาาบ

    August 12

    ปิดเทอม?

             ตอนนี้ปิดเทอม(?)แล้ว 1 อาทิตย์(มั้ง) เร้วมากๆ ดูบลอกอันที่แล้วยังไม่ถึงหนึ่งเดือนดีเรย
    ทั้งที่ในความรู้สึกนี่้าวกับผ่านมาซัก 2-3 เดือนได้แล้วมั้ง
    คงเป็นเพราะสิ่งที่ต้่องทำมีมากเหลือเกินเลยไม่รู้ว่าอยู่ดีๆตอนนี้ก็วันแม่แล้วนะเนี่ย
            (2)วันนี้ไปเที่ยวกับแม่มา เีมื่อวานไปต่างจังหวัด ไปนั่งรถเล่นแล้วก็กลับ ส่วนวันนี้ไปเดินห้าง เกือบทั้งวันเลย(โคตรเมื่อย)
    วันแม่ครั้งนี้ไม่ได้ทำไรให้แม่เรยนอกจากอยู่ด้วยเกือบทั้งวัน แต่ไงก็รักนะ อิอิ

             ปิดมานี่เกือบเบื่อนิดๆถ้าไม่มีสิ่งที่อยากทำอยู่เยอะแยะละก็คงประสาทตายไปแล้ว ลองถามเพื่อนๆก็บอกว่าไม่ค่อยคุ้นกับปิดเทอมเหมือนกัน แก่กันหมดแล้วอ่าาาาาา T_T(ปีนี้ก็ 22 แล้วเรา) ตัวเราเองตอนนี้อ่านหนังสือไปแล้ว 3 เล่ม(กำลังขึ้นเล่มที่ 4 ) ดูหนังไปอีกประมาณ 10 เรื่อง นอนมหาศาล ถ่ายรูปเล็กน้อย ทำงาน(T_T)นิดหน่อย ที่เหลือก็จิปาถะแล้ว
    อ๋อ...มีอีกอย่าง  ปิดคราวนี้เราคิดอะไรได้อย่างนึง ไว้จะลองทำดู ได้ไม่ได้ไม่รู้ เพื่อนๆอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงก็ได้
    แต่เราบอกไม่ได้หรอกนะ เด๋วไม่หนุก(55ล้อเล่น บอกก่อนเด๋วไม่ได้ผลแค่่ันั้นแหละ)
             ถ้าจะมีอีกอย่างที่คิดได้ก็คงเป็นคำว่า"ทุกอย่าง" เพิ่งรู้ว่าคำๆนี้หนักหนามากกว่าที่คิดแค่ไหน เอาเหอะช่างมัน...แล้วเพื่อนๆอ่า ทำอะไรมากันบ้าง....
    July 15

    ข้ามฟากแล้วววว

    เหนื่อยมั่ก!! ในที่สุดก็จบซะทีกับงานข้ามฟาก ปีนี้เราเป็นคนคุมเรื่องถ่ายรูปทั้งหมดของงาน(อ่ะนะ หน้าที่ประธาน เด๋วคราวหน้าก้แกลเลอรี่อีก) ขอบอกว่าเหนื่อยมั่กๆ สุดเลยกับที่ทำทุกอย่างเกือบจะคนเดียว(ไม่รวมถ่ายรูปนะจ๊ะ ถ่ายคนเดียวหมดคงไม่ไหว ^_^)คราวนี้ต้องขอกราบพระคุณท่านประธานคนก่อนเป็นอย่างมาก(พี่ปุ้งนั้นแหละครับ) ที่อยู่ช่วยจนถึงวินาทีสุดท้าย ในตอนที่ผมไม่มีใครเลยจริงๆ เผื่อโฟโต้คนไหนเข้ามาอ่านต้องขออภัยไว้ด้วยที่ตอนนั้นเราเบลอมากๆแล้ว (ไม่ได้กินข้าวเที่ยงกับข้าวเย็น) ส่วนน้องๆปีนี้
    ถ่ายรูปได้ค่อนข้างดี บางรูปนี่ขอชมเลยว่าเจ๋งมาก แล้วก็ช่วยงานกันดี เพียงแต่อาจจะยังไม่เคยเจองานหนักขนาดนี้มาก่อน
    เด๋วคราวหน้าก็รู้ อิ_อิ
    บ่นเรื่องถ่ายรูปมาซะนาน ลืมพูดถึงตัวงานไปเลย ปีนี้ก็โอเคนะ ก็ทารุณน้องๆได้สะใจเหมือนเคย(ไม่ช่ายย)
    แต่ปีสามขอแย้งว่าปีตัวเองโหดกว่า อันนี้ไม่ทราบนะครับ ปีนี้เราว่าตอนอบรมรั่วไปค่อยข้างมากแต่ทั้งหลังอบรมแล้วก็หลังเมา
    พี่ๆก็ดูแลน้องดีนะ(ปีนี้ไม่ค่อยเมากันเลยแฮะ หรือเราขึ้นไปก่อนจะเห็นก็ไม่รู้) ตอนเช้าก็โอเคแต่เราว่ายังขาดสีสันไปหน่อย
    ส่วนตอนบ่ายก็เอาเกมบางส่วนมาจากปีที่แล้ว ก็เอาเหอะ หนุกดีเหมือนกัน
    อีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเรื่องบนวอร์ด ตอนนี้เราก็ลงจิตเวชแล้วเป็นที่เรียบร้อย ได้พบคนไข้โรคจิตมากมาย
    ตั้งแต่แบบอ่อนๆจนแบบที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่องกันเลยเจงๆ แล้วที่หนักกว่านั้นคือเจอคนไข้แบบที่เหมือนตัวเราเอง o_O ก็ไม่ได้เหมือนขนาดนั้นหรอก
    แต่ก็คล้ายเป็นส่วนมากแหละ นั่งฟังที่เค้าพูดมานี่ยังกะนั่งฟังเรื่องตัวเอง ความคิดตัวเอง แต่เราไม่หนักเท่าเค้าหรอกนะ
    คือเรามีลักษณะที่ค่อนข้างจะเป็นแบบที่เค้าเรียกว่า"ย้ำคิดย้ำทำ" ย้ำ เป็นแค่ลักษณะเท่านั้น ไม่ใช่โรคนะครับ
    แต่เราก็แก้ไขแล้วโดยที่ไม่รู้ตัว(รึเปล่า?) แต่ก็ยังมีเหลือบ้างอ่ะนะ ทำใจแล้วอ่ะ อีกอย่างลักษณะที่ว่าก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรหรอก
    ค่อยช้างจะพบได้บ่อยเหมือนกันในพวกหมอ ครู อะไรประมาณเนี้ย อาจารย์บอกว่ามีนิดหน่อยก็ดีเหมือนกัน เพราะจะทำให้
    ทำอะไรรอบคอบขึ้น โอเคช่างมันเถอะ สุดท้ายสำหรับวอร์ดนี้คงเป็นเรื่องสอบ แน่นอนสำคัญสุดคือ criteria ในการวินิจฉัยโรค
    ซึ่งเราก็ท่องได้บ้างไม่ได้บ้างอ่ะนะ ลืมท่องน่ะมัวแต่ไปท่องอย่างอื่นอยู่ แหะ แย่เรย

    June 02

    Goodbye A Ward

    คราวนี้มีเรื่องมาอัพเยอะเรยแหละ
    อย่าเพิ่งเบื่อกันซะก่อนล่ะ !
       อย่างแรกคงเป็นชีวิตการเรียนของเราล่ะ อย่างที่บอกไว้คราวที่แล้วอ่านะว่าตอนนี้เราขึ้นคลินิกแล้ว ก็ได้อะไรกลับไปมากมายเหมือนกัน
    ได้เห็นคนป่วยจริงๆ หมอตรวจไข้จริงๆ ได้ลองตรวจเองจริงๆเช่นกัน หรือแม้แต่ได้สถิติใหม่ เช่น ได้นั่งหลับหรือยืนหลับ !เป็นครั้งแรกในชีวิต(เราไม่เคยจริงๆนะ)แล้วเมื่อวานนี้เราก็ก้เพิ่งสอบเสร็จไปหมาดๆเหมือนกัน(PreventMed)เป็นการอ่านที่ทรมานอีกเช่นเคย(วันเดียว)กับ 12 อัตนัยในเวลา 3 ชั่วโมงnon-stop ! เหอะๆมือหงิกเลย(หลังๆนี่ไม่ไหวแล้วคิดไม่ออกช่างแ ่ ง กรูจาเข้าห้องน้ำ) ก็เอาเป้นว่าจบไปได้ด้วยดีพอสมควรละกัน(มั้ง) คงต้องรอลุ้นคะแนนกันต่อปายยยย
       เรื่องต่อมาเป็นหนังสือที่เพิ่ง(หลังจากเริ่มมานานมากแล้วทั้งสองเล่ม)อ่านจบไป เป้นนักเขียนคนเดียวกันทั้งสองเล่ม สำนักใยไหมที่คุ้นเคยกันดี ถ้าบอกไปน่าจะรู้จักกัน(รึเปล่า?) ว.แหวนไง คือเรื่อง"เป็นอะไรไปความรัก"กับ "Life on the Road" เรื่องแรกอาเจ๊(ไม่ใช่พี่แท้ๆหรอกนะ)ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดปีที่แล้ว ส่วนอีกเล่มซื้อตอนงานหนังสือครั้งก่อน มาที่เล่มแรกกันก่อน หนังสือจะแบ่งเป็นตอนๆแต่ละตอนก็สั้นๆประมาณ 3-5หน้า เราว่ามันก็โอเคนะสำหรับพวกที่ไม่ค่อยมีเวลาอ่านอย่างเราแต่บางทีเราก็รู้สึกว่าแคจ่ละตอนมันสั้นเกินไปอ่ะ คือคนคงได้ไอเดียแล้วล่ะแต่อาจจะยังไม่ได้ซึมซับมันเข้าไปเท่าไหร่ โดยรวมเราว่ามีครบทุกแบบเลยทีเดียวทั้งศรัทธา สิ้นหวัง ใจดี โหดร้าย เพ้อฝัน แล้วก็ realistic เอาว่าอ่านพอเอาไอเดียแล้วไปปรับใช้เองดีกว่าเนอะ ส่วนเล่มที่สองเราว่าตัวตนของเค้าที่อ่านได้จากเล่มนี้คงมีผลกับเล่มแรกพอสมควร คือด้านที่เรามองว่าเค้าลุยๆหรือไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ก็คงมาจากเล่มนี้แหละ โดยหลักก็จะพูดถึงความคิดของเค้าที่สองเรื่องต่างๆหรือแม้แต่ชีวิตเองเราว่าก็โอเค(อีกน่ะแหละ)นะ ใครชอบนั่งอยู่แต่ในบ้านเป็นกบในกะลาก็ควรอ่านซะ
        ส่วนเรื่องสุดท้ายคงเป้นเรื่องตัวเราเองล่ะนะ(ก็เรื่องแกเองมาทุกเรื่องไม่ใช่เรอะ) คือเราจะบอกว่าตอนนี้เราค่อนข้างสบายใจมากๆเกือบทุกเรื่อง อดีตที่เรากังวลก็คงผ่านไปได้อย่างมีความสุข ปัจจุบันของเราก้มีความสุขดี ส่วนอนาคตคงต้องยืมประโยคซักคนมาพูดว่า
    "Everything happens for the best !" เราจะ(พยายาม)มีความสุขกับมันละกัน555(ตรงนี้จะงงๆหน่อยก็แล้วกันนะ เราแค่อยากเขียนน่ะ)
    May 17

    Up

    ไม่ได้อัพตั้งนาน คราวนี้ขอบ่นยาวนิดนึงละกัน...นะ
             เรื่องแรกเป็นเรื่องของเดือนที่ผ่านมาแม้จะเป็นไอซีเอ็มแต่จะบอกว่ามีเรื่องให้ต้องคิดต้องทำอยู่มากมายพอควรเลยทีเดียว
    (อิอิ ไม่ค่อยรู้กันอ่ะดิ) แต่ยังไงเราก้ยังพอมีเลาว่างไปดู me...myselfนะโดยรวมๆก็สนุกดีขำๆตอนที่พระเอกความจำเสื่อมน่ะแหละ เรื่องก็ดำเนินไปได้ดีหรอกมาเสียหน่อยก็ตอนท้ายนี่แหละ จบเร็วไปนิดนึง น่าจะยาวกว่านี้ซัก 5 นาที(สำหรับคนที่ดูแล้ว เราว่าน่าจะให้ฝนตกเร็วกว่านี้เนอะ จะได้ล้างเครื่องแต่งหน้าของพระเอกออก อิ_อิ)
    แล้วก็สำหรับเรื่องนี้ยอมรับว่าพระเอกหุ่นดีจริง(ว่ะ) ชื่ออนันดาใช่มะ

        กับเรื่องต่อมาคือตอนนี้ได้รับหัวเข็มขัดเรียบร้อยแล้ว 55 แก่แล้ว t_T ก็นะ เป็นสัญลักษณ์ว่าอยู่ปี 4เรียบร้อย
    แถมตอนนี้ก็ขึ้นวอร์ดต้องใส่กาวน์แล้วด้วย แก่สุดๆ ใครยังไม่เคยเห็น...ก็ไม่ต้องเห็นต่อไปแล้วกัน T_T
    แต่จะบอกว่านอกจากดูแก่แล้ว มัน...ร้อนสุดๆ ยิ่งตอนขึ้นไป round นี่ยิ่งร้อนมาก ลมไม่มีซักแอะ
    (คือวันที่สองที่ไปเรียนเราไปสายอ่ะ ต้องวิ่งขึ้นบันได 4 ชั้น แล้วก็ไปนั่งใส่กาวน์ฟังอาจารย์ไง;P)
    ส่วนวอร์ดที่อยู่ตอนนี้คือ med....preventMed อ่ะก็โล่งสุดๆ เรียนน้อยมาก ไม่รู้ตอนสอบจะเป็นไง
    แต่ที่ขึ้นสบายก่อนก็ถือว่าดีมั่กๆสำหรับเรา ไม่งั้นตายแน่ (ไหนๆก็อัพแล้วเอาให้หมดเลยละกันนะ)เพราะวันนี้เป็นเบิกฟ้ากิจกรรม
    แนะนำชมรมให้น้อง เราต้องประชุม แก้โครงการ ติดต่อฝ่ายต่างๆทั้งคน หน่วยงาน(ต่างหากเอง) present และกลับมาคุมซุ้ม
    นั่งพิมพ์ชื่อสมาชิกใหม่เองอีก(แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว) ต้องขอบคุณบางคนที่ทำให้เราทำได้นะ...ขอบคุณค่ะ
    ส่วนหลังงาน วันนี้ก็พาน้องๆไปเลี้ยงตอบแทนซะหน่อย กินกันอิ่มมั่กๆทีเดียว ขอบอกว่าแต่ละคนทำงานดีมั่กๆ
    effective สุดๆ ใช้เวลานิดเดียวได้งานขนาดนี้ เราขอชมจากใจจริงเลย เยี่ยมๆ

        ส่วนเรื่องสุดท้าย คือ ...เราสับสนเองแหละ
    อย่างที่พอจะรู้กันอยู่ ?ว่าเราค่อนข้างมีความขัดแย้งในตัวเองพอสมควร ตอนนี้มานก็เริ่มจะส่งผลออกมามากขึ้นทุกที เหนื่อยเนอะ  เบื่อตัวเอง

    ปล.ตอนนี้ชอบอยู่สองเพลง"รักแท้หรือแค่เหงา"กับ"วันที่หัวใจเคลื่อนไหว" เพราะดีนะ เพลงหลังอาจไม่คุ้นหูเท่าไหร่ แต่ลองหาฟังดูละกัน
    April 14

    สิ่งที่มีค่าที่สุด

    สวัสดีวันสงกรานต์ทุกๆท่านน่ะครับ
    ครานี้อัพเร็วหน่อยเพราะความ"บังเอิญ"
    บังเอิญว่าเราได้ไปดูหนังเรื่อง
    "กล่อง"
    เมื่อวันนี้เองแหละ เป็นหนังเก่ามากแล้ว
    จนหลายคนแถวๆนี้อาจเกิดไม่ทัน
    สำหรับคนที่เกิดทัน อาจจะพอจำได้
    ว่าเป็นหนังที่ได้รับความสนใจมากในช่วงนั้นเพราะได้ดารานำแสดงอย่าง
    โน้ต อุดม แต้พานิช เป็นพระเอก และ
    ลูกเกด เมทินี เป็นนางเอก !

    เรื่องเกี่ยวกับชีวิตของนายจืดที่ชีวิตมีแต่ความซวย
    แล้ววันหนึ่งก็ได้ไปพบกับกล่องปริศนาเข้า
    หลังจากนั้นไม่นานชีวิตของเค้าก็เปลี่ยนไป
    จนสุดท้าย เค้าก็ทิ้งกลอ่งใบนั้น !
    โดยที่ยังไม่ได้เปิดดูด้วยซ้ำ(เพราะมันเปิดไม่ได้)
    แต่ในตอนนี้ชีวิตของเค้าดีขึ้นแล้ว
    เค้าประสบความสำเร็จ
    จากสิ่งที่เค้าเคยทำไว้เอง...
     
    ส่วนที่เรื่องนี้มันเกี่ยวกับที่ทำให้เราอัพเร็วหน่อยยังไง
    นั่นเป็นเพราะกล่องใบนั้น
    มีความสามารถในการหลอกตาคนได้
    บางคนอาจเห็นว่ากล่องมีของ
    บางคนเห็นว่ากล่องหายไป
    บางคนว่าของในกล่องคือเงิน
    มันก็เลยตรงกับที่เราอัพไว้คราวที่แล้ว(กลับไปอ่านได้ ถ้ารู้เรื่อง)
    ว่าเราไม่รู้หรอกว่าอะไรที่"จริง"
    แค่เชื่อในโลกอย่างที่มันเป็นก็พอ
    แต่นอกเหนือจากเรื่อง ข้อคิด หรืออื่นๆในเรื่องนี้แล้ว
    มีประโยคนึงที่เราชอบ
    เป็นตอนที่โน้ตกำลังจะทิ้งกล่องไป แต่ลูกเกดท้วงไว้
    โน้ตพูดว่า

    "ไม่มีอะไรมีค่าที่สุดเท่าสิ่งที่เรามีอยู่แล้วหรอก"
     
    เพราะฉะนั้นไม่ว่าโลกนี้จะเป็นยังไง
    ตอนนี้เราก็มีความสุข
    เพราะเรามีสิ่งที่มีค่าที่สุดแล้ว...
    ปล.คราวนี้หวังว่าคนไม่มีที่ผิดอีกนะคับครู อิ_อิ ..nostalgia
    April 12

    เชื่ออย่างที่มันเป็น

    หลังจากว่างเว้นมานาน ได้ฤกษ์อัพเดตกันซักที
    คราวนี้จะมาอัพเรื่องที่ว่าจะอัพมาประมาณ 3เดือนที่แล้ว(จริงๆแล้วมีเรื่องอื่นแต่ลืมไปแล้ว)
    เป็นประโยคจากหนังสือที่เราได้อ่าน(ที่เคยแนะนำไปแล้วด้วย)
    แม่นแล่ว "โลกของโซฟี" นั่นเองครั่บ
    อย่าหาว่าเราบ้า(ถึงจะบ้าจริงๆก็ตาม)
    แต่เป็นเพราะเราชอบมันมาก(พอควร)
    เอาละมาเข้าเรื่องดีกว่า ประโยคที่ว่าคือ
    Credo quia absurdum
    "ฉันเชื่อเพราะมันไร้เหตุผล"
    และ
    Das ding an sich
    "โลกอย่างที่มันเป็น"
    อันแรกเราจำไม่ได้ว่าเค้าอธิบายว่าอะไร
    แต่ที่เราชอบเพราะมันเป็นตัวเราส่วนหนึ่งในตอนนี้
    คือเราคิดว่าบางครั้งเหตุผลก็เป็นสิ่งที่คนเราสร้างขึ้นมาเอง
    เราจะทำอะไร ตัดสินใจอะไร
    บางคนใช้เหตุผล บางคนใช้อารมณ์(โดยใครรึเปล่า อิ_อิ)
    แต่สิ่งที่เรา"เชื่อ" บางครั้งไม่ต้องมีเหตุผล ไม่ต้องมีอารมณ์
    เราแค่อยากจะ"เชื่อ" โดยไม่มีเหตุผล
    อันนี้ก็จะไปสัมพันธ์กับประโยคที่สอง
    คือเราเชื่อ"โลกอย่างที่มันเป็น"
    ไม่ได้มองโลกให้ดีเกินไป แย่เกินไป
    แต่มองอย่างที่มันเป็นนั่นแหละ
    เพราะคนเราจะรับรู้อะไรต่างๆ
    ก็ต้องผ่านทั้ง reception และ perception
    ซึ่งทั้งคู่ต่างทั้งถูกจำกัด  ทั้งถูกบิดเบือนได้ง่ายมากๆ
    แล้วถามว่าโลกจริงๆเป็นยังไง
    (ถ้าอ่านโลกของโซฟีหรือรู้เรื่องปรัชญาพอสมควร)
    ก็จะเห็นว่ามีคนตั้งทฤษฏีต่างๆมากมาย
    แต่สุดท้าย สิ่งที่ถูกที่สุดก็คือ...
    ไม่มีใครรู้ไง
    เพราะอย่างที่บอกว่าเราจะ"รู้"ก็ถูกจำกัดมากมายแล้ว
    อาจจะมีคนบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็จินตนาการเอาสิ ไม่ต้องรู้จริงๆก็ได้
    แต่เคยสังเกตุมั๊ยว่าเราจะจินตนาการหรือคิดได้ก็ต้องมีพื้นฐานจากสิ่งที่เรารู้มาแล้วทั้งนั้น
    คนเราน่ะไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมาหรอกนะ แต่แค่ประยุกต์ใช้ได้เก่งก็เท่านั้น
    เอาง่ายๆว่าจะอธิบายคนตาบอดแต่กำเนิดให้รู้ว่าสีแดงเป็นไงได้บ้าง
    ถ้าตอบได้ ก็ขอแสดงความดีใจด้วยว่าคุณคือห่วงโซ่ขั้นต่อไปของมนุษย์
    (แล้วบอกเราด้วยนะ)
     
    สุดท้ายหลังจากฟังคนบ้าบ่นมานาน
    ก็ขอให้ทุกคนใช้วันหยุดยาวนี้ให้เป็นประโยนช์
    ลองคิดทบทวนสิ่งต่างๆให้ดี
    แล้วก็เที่ยวให้สนุก+ปลอดภัยนะคับ
    (ของฝากไม่ต้องก็ได้55)
    ปล.ตอนนี้เปิดเรียนแล้ว น่าเบื่อมั่ก งานก็เยอะ แต่สู้น่ะ
    March 22

    ดำ !!

        ตอนนี้ก็สอบคอมพรีเสร็จแล้ว(หมดเวรหมดกรรมกันซะที ?)  ผลก็ประกาศไปแล้วก็ไม่มีอะไรน่ากังวล(จริงก็จะเปิดเทอมแล้วมากกว่า T_T)  น่าห่วงก็แต่เพื่อนๆบางคนที่ไม่ผ่านกัีน  อันนี้ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน  เอาเป็นว่าคราวหน้าเราจะช่วยแล้วกัน
    (ถ้าไม่ติดพวกวอร์ดเมเจอร์ทั้งหลาย เหอะๆ)  เพื่อนๆพยายามเข้านะ  รวมทั้งพวกเตรียมตัวเปิดเทอมด้วย
        ส่วนที่ขึ้นว่าดำ(จริงๆก็ไม่ถูกเท่าไหร่  น่าจะเรีัยกแดงมากกว่า)  ก็เพราะเราไปเที่ยวห้องกับเพื่อนที่สวนมา เกรียมไปเลยทีเดียว
    ไม่ใช่อะไร  แต่เป็นความฉลาดน้อย(มาก)ส่วนบุคคล  ที่เอาซันบล็อคสำหรับทาหน้าไปทาตัวแล้วก็ไปเล่นน้ำกลางแดดตอนเที่ยงอยู่ 3 ชั่วโมง ตอนนี้เริ่มลอกและหล่ะ  น่าเกลียดดีทีเดียว  ง่าา  ไปครั้งนี้ก็ไปรถไฟกลับรถทัวร์  กิจกรรมไม่มีอะไรมาก ก็เที่ยวตามสถานที่ต่างๆนิดหน่อย  กินเหล้า  แต่บอลให้เด็กแกล้ง(เหอะๆ) ออกเกาะ แล้วก็ปิ้งปลาหมึกกินกัน ก็ตารางหลวมๆอะนะ เอาสบาย ไม่เน้นไรมาก ก็หนุกดี
         ยอมรับว่าทุกคนเปลี่ยนไป  แต่ก็ในทางที่ดีขึ้น(เย้ !) แต่บางอย่างที่มันผ่านไปแล้วก็ไม่อาจย้อนกลับมาได้อีก  ไม่ว่าจะเป้นช่วงเวลาตอนมัธยมหรือว่าช่วงเวลาในการเที่ยวครั้งนี้   ...มันคงไม่กลับมาแล้ว  เพราะปีหน้า  ตัวเราเองก็ต้องขึ้นวอร์ด  เพื่อนๆก็คงจบกันแล้ว  ถึงตอนนั้น(ถ้าทำได้)เราคงได้แต่ไปถ่ายรูปรับปริญญาให้พวกมันล่ะมั้ง  คิดถึงพวกมันเจงๆ
        ตอนนี้ก็เหลือเวลาไม่มากแล้วที่จะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน  ใครมีอะไรอยากทำก็รีบซะนะ  พยายาามเข้า  เวลาไม่คอยใครนะครับ ^_^
    March 16

    เอาลิ้งค์มาฝาก

    มาจาก  rinasan (พี่เกศ)
    เราว่าน่าหสนุกดี ฮามาก

    ก่อนตายจะพูดอะไรสี่คำ
    http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X5224215/X5224215.html
    February 25

    (ไม่รู้)

    อย่างชื่อแหละ
    ไม่รู้จะตั้งว่าอะไร เพราะไม่ได้อัพนานจัด
    คงเป็นเรื่องรวมๆ หลายๆเรื่อง(เหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมา)
    เลยไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อว่าไรดี..ช่างเถอะ..เข้าเรื่องดีกว่า
    ......
    ....
    ...
    ..
    สอบเสร็จแล้วโว้ย
    (แล้วทำไมมันเป็นสีนี้เนี่ย...เราเลือกสีแดงนะ..งง)
    ในที่สุดปีที่ทรมานที่สุดของนศพ.ก็จบลง
    เราจะไม่เจอแล้ว
    บรรยายวันละ 5-7 ชั่วโมง
    ส่องกล้องอีกวันละ 1-3 ชั่วโมง
    ksa apk seminar small group อีกแทบจะวันเว้นวัน
    มันจบลงแล้ว !!!
    555
    ต่อจากนี้ไป
    ไม่มีอะไรต้องกลัวอีก
    ผ่านปีนี้มาได้ เราไม่กลัวอะไรแล้ว ดีใจๆ
    แต่....


    อะไรเข้ามาก็ต้องมีผ่านไป ไม่มีอะไรอยู่นาน
    ดั่งความสุข...
    แน่นอน อย่างที่ทุกท่านทราบ
    สอบคอมพรี
    เนื้อหาแค่หมอ 2 ปีเอง
    กับเวลาประมาณ 3(ตอนนนี้ก็ 2) อาทิตย์
    ไม่ต้องพูดถึงความเยอะ
    และความง่าย
    รุ้ๆกันอยู่
    ไม่รู้ว่าจะผ่านรึเปล่า
    แต่ไม่รู้ทำไม
    ไม่กลัว...
    ..ก็ดีมั้ง
    มาจะกล่าวบทไปก็อยากพูดถึงช่วงสอบหน่อย
    ก้นับว่าเป็นการสอบที่มันได้ใจอีกครั้งหนึ่ง
    ไม่เครียดเท่าคราวที่แล้ว
    (คงชินกับพาโถแล้ว)
    แต่ก็มีเรื่องอื่นให้ต้องเจอ
    ได้อดทน
    ได้ดีใจ
    เสียใจ
    แต่ที่ดีที่สุดคือ
    เราเริ่มคิดน้อยลง
    ปลงได้มากขึ้น
    (ก็ดี)
    บางครั้งก็เริ่มทำตัวไม่สนใจบ้าง
    โดยรวม
    ก็นับเป็นการสอบที่ดีคราวหนึ่ง
    ขอบคุณนะ
    ส่วนเรื่องอื่นที่อยากจะเขียน
    อย่างแรก
    มีหนังสือที่แนะนำให้อ่าน
    สำหรับคนชอบปรัชญานิดๆ
    "โลกของโซฟี"
    ช่วงแรกของเรื่อง
    เป็นไงเราไม่รู้(อ่านแต่ครึ่งหลัง)
    แต่เท่าที่อ่าน(ครึ่งหลังน่ะ)
    เราว่าดีนะ
    จะได้รู้ว่า
    ในถังหนึึ่งใบ มันสามารถวนอยุ่ในนั้นได้ไม่จบสิ้น
    ยิ่งช่วงหลังๆ
    จะเรืองเข้าใจว่าทำไม
    หนังสือเล่มนี้ถึงไม่ใช่หนังสือปรัชญา
    แต่เป็นนิยาย
    ลองดู แล้วจารู้
    ถ้าให้ดี ลองนึึกถึง
    พระพุทธเจ้า
    แล้วคุณจะยิ่งอึ้ง555
    เรื่องต่อไปจะเป็นคำหยาบนิดนึง
    จริงๆก็ช่วงสอบแหละ
    อย่างที่บอกว่ามีเรื่องมากมาย
    แล้วเราก็เรียนรู้ว่า
    ยังไงก็ไม่มีทางที่จะมีเพื่อนอยุ่กับเราได้ตลอด
    แตหลายครั้งในตอนที่เราต้องการ
    ก็มีคนที่อยู่กับเรา
    รู้ว่าคงไม่ได้เข้ามาอ่านกันหรอก
    (แล้วจะเขียนทำไมเนี่ย)
    แต่
    ขอบใจพวกเมิงมาก
    จากใจว่ะ
    พอแล้วแค่นี้
    กับสิ่งที่ต้องการจากพวกแก
    พอ
    ขอบใจ
    ซึ้งพอและ มาต่อดีกว่า เรื่องสุดท้ายแล้วมั้ง
    อย่างที่เคยเกริ่นไว้ก่อนหน้านี้
    ตอนนี้มันเริ่มเป็นมากขึ้น
    อาจจะโดน induce
    ที่เราบอกว่าเหมือนจะทำอะไรตามใจตัวเองมากขึ้น
    อย่างที่รู้ๆว่าเราเองก็หัวรุนแรงพอควร
    ถ้ามีอะไรก้ช่วยเตือนด้วยนะค้าบ
    ไม่กัดหรอก
    ปล.
    ปีหน้าเราก็ไม่รู้ว่าจะเป็นไง
    จะยุ่งขึ้น
    หรือว่างขึ้น
    แต่เราอาจจะไม่เหมือนเดิม
    แต่เราจะทำหน้าที่ของเรา
    สิ่งที่เราควรทำ
    ให้ดีที่สุด
    หวังว่าคงยังไม่มีใครถอดใจในตัวเรานะ
    (สำหรับใครบางคน)บางอย่างที่เราทำ ไม่ได้ใจร้าย แต่เราคิดว่ามันน่าจะดีที่สุดแล้ว
    ถ้าคิดไง...ก็กล้าๆหน่อยนะ(ไม่กัดหรอก กล้าหน่อย เชื่อสิ)
    แล้วก็
    (อันนี้สำหรับทุกคน)
    ไว้สอบเสร็จแล้วไปเที่ยวกัน นะ
    โชคดีทุกๆคนคับ
    January 14

    I'm Tagged !!

    เนื่องด้วยว่าโดนไอ้บางตัวแทคมาเลยต้องรับชะตากรรม 5 ข้อ ต่อไป
    แต่ช้าก่้อน....
    เราจะไม่แทคใครเพิ่ม เพราะฉะนั้น อ่านได้อย่าสบายใจ เอาล่ะมาเริ่มเรยดีกว่า

    1.ชื่อธีร์
    เห็นเล่นชื่อกันมามาก เอามั่งละกัน
    จริงๆหลายคนก็คงพอรู้บ้่างแล้วล่ะว่า
    มันเป็นชื่อจริงเรามาก่อน
    ตอนแรกเป็นธันว์ ธีร์ แล้วก็ วรธีร์
    เพิ่งเปลี่ยนมาตอนป.2 เองนะเนี่ย

    2.อาหารโปรด
    เนื่องจากเรากินเยอะมาก(ตอนที่คนอื่นบอก)
    หลายคนอาจคิดว่าเราคิดว่าเราคงชอบกินมากกว่าอาหาร
    (ก็อาจจะถูก เราว่าการกินเป็นความสุขอย่างนึง...มากๆ)
    แต่เจงๆแล้วอาหารที่เราชอบสุดๆมีแค่อย่างเดียวนะจ๊ะ
    (แบบที่หากินได้ทั่วไป ไม่ต้องไปหาร้านที่มีแห่งเดียวในโลก ประมาณนั้น)
    อย่าหาว่ากระแดะเรย คนมานชอบน่ะ มันคือ...พิซซ่า
    (เอาว่าเรากินพิซซ่าแบบวันเว้นวันได้ประมาณ 2 เดือนละกัน)

    3.เดือนนึงเราใช้เงินเท่าไหร่
    ลองเดากันจิ.....
    .....
    ...
    ..
    .
    คำตอบคือ 10,000 นึง
    เด๋วก่อน ก่อนจะคิดว่าเราใช้เยอะ
    คือจาบอกว่า่อันนี้คิดแบบหารเฉลี่ยทั้งปีนะ
    เป็นค่าใช้จ่ายทุกอย่างของเรายกเว้นแค่ค่าเล่าเรียน
    ตั้งแต่กินเอง น้องกิน อุปกรณ์กล้อง ค่ารถ ดีไม่ดีบางทีก็มีที่จ่ายแทนพ่อกะแม่ด้วย
    เพื่อนคิดว่าไง ? เยอะไปป่าว(อันนี้แอบถามกลับนิดนึง)

    4.(คิดไรไม่ออกง่า)ชื่อภาพของเรา
    Alone,I break
    อันนี้ได้มาจากหนังสือเกมเล่มนึง
    อารมณ์ของคำนี้คือประมาณว่า
    "เรายังคงอยู่คนเดียวเสมอ ท่ามกลางกระแสแห่งกาลเวลา"
    ใครที่ไปดูรูปเรา(ที่จะเอาออกวันพุธนี้) ก็จะได้เห็นว่า
    มันเป็นรูปต้นไม้ต้นเดียวที่มีเพียงรอยแตกที่เปลือกเป็นเครื่องบอกความยาวนานของเวลาที่มันผ่านมา
    เราว่ามันก็ตรงดีนะ
    แถมละกันว่าเราให้ข้อนี้เป็นเหตุผลที่สองที่นางเอก autumn อยากเกิดเป็นต้นไม้ ได้มะ ???

    5.คุณคิดว่า...
    คุณคิดว่าการ"ไม่ทำอะไร"ของคนๆนึงจะทำคนอีกคนเสียใจสุดๆได้กี่ครั้ง(เรื่องเดียวกันนะ)
    ตอนนี้เรามีสถิติใหม่คือ 4
    เพราะฉะนั้นเพื่อนๆจะ"ทำอะไร" หรือ"ไม่ทำอะไร" ก็ขอให้คิดให้ดีๆนะคับ ^_^


    เอาว่าแค่นี้ละกัน คือที่เราเขียน  5 ข้อนี้เพราะเราคิดอะไรไม่ออกแล้วง่า
    ถือว่าเรายังเขียนไม่ครบก็ได้
    ถ้าใครอยากรู้เรื่องไหนเพิ่มเติม ก้ลองเขียนถามมาละกัน....นะ
    December 31

    จบแล้วววว

    ในที่สุดก็จบซะที กับ Autumn in my heart
    (แล้วก็ได้ร้องซะที55)
    หลังจากดูมา 6 เดือนกว่าๆ(หรือมากกว่าหว่า)
    กับ 9 แผ่น ดีวีดี
    เวลากว่า 16 ชั่วโมง
    (วันนี้วันเดียวก็ล่อไป 5 แล้ว)

    ผลคือ...
    ซึ้ง         ตลอดเรื่อง
    คลอเบ้า 2
    ร้อง        1
    จบ....
    (เสียดายตอนจบเราง่วงแล้่วอ่า เลยไม่ค่อยอะไรเท่าไหร่)
    ชอบเทซกง่ะ(มันนี่แหละที่ทำให้เราร้อง นับว่าแน่มาก555)
    ส่วนหนึ่งก็ต้องชมไอ้ วอน บิน ด้วย เล่นได้ใจเราพอควรทีเดียว
    (นิดนึงว่านางเอกตอนจะตายยังอุตส่าห์สวยนะเนี่ย นับถือๆ)

    กลับมาเข้าเรื่องกัน(เกริ่นไปซะยาว)
    คือเสา์ร์อาทิตย์ที่ผ่านมา 23-24 เป็น ทริปของโฟโต้
    ก็เท่าที่ฟังมาก็ดูจะสนุกสนานกันพอควร
    แต่เราน่ะ
    เหนี่อยมากๆเรย ทั้งก่อนงาน(ยื่นโครงการให้ผ่านใน 1 อาทิตย์ โอ้วจอร์จ)
    วันงาน(2 วันนี้ฆ่ากันเลยดีกว่า)
    สรุปว่าทริปถ่านรูปแต่คนจัดไม่มีอารมณ์ถ่าย จบ
    (แล้วต้นปีหน้าจะเอารูปที่ไหนส่งละเนี่ย ได้ข่าวว่าเริ่มแล้ว T_T)

    แล้วพฤหัสกับศุกร์ที่ผ่านมาก็มานั่งเคลียร์เรื่องเงินทั้งหมด
    ตั้งแต่ของทริป แล้วก็ค่ายเส้นทาง ทั้งสำรองจ่ายแล้วก็ธนาณัติ
    (หุหุ เห็นเราปกติ ไม่รู้กันอ่าดิ)
    สรุปว่าตอนนี้ก็เสร็จเกือบหมดแล้ว เหลือธนาณัติอีกใบเดียวที่ดันส่งผิดมา เซ็งเรย

    เด๋วกลับไป ก็คง รูปงานอาจารย์ใหญ่ แล้วก็ gallery
    อ่อ งานแสดงภาพคราวนี้ที่เดิมนะครับ ศาลาร้อยปี
    วันที่ 10 - 17 มกรา ไปดูกันได้(แต่ไม่รู้รูปเราจะได้ขึ้นรึเปล่านะ55)

    ปล.มีเพลงอยากให้ฟังกัน แต่คงหาไม่ได้... คำสาป เพลย์กราวน์

    December 17

    update รอบสองอาทิตย์

    อาทิตย์ที่แล้วว่าจะอัพอยู่เหมือนกัน
    กะจะอัพว่า"ช่วงนี้สบายจัง ไม่ค่อยมีงานอะไร"
    แต่พอเปิอาทิตย์มาเท่านั้นแหละ หึหึ
    ทริปโฟโต้ก็ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง
    วันศุกร์(15)นี่ถ้าไม่นับกินข้าวตอนบ่ายโมงกับนอนกลางวัน
    ก็จะประมาณว่าเราลุยงานอย่างบ้าคลั่งมาตั้งแต่ 10 โมงเช้าเลยหละ55
    ..อย่างบ้าคลั่งด้วย(และแน่นอนว่าโดดเรียน)
    สุดท้าย...ก็เสร็จตอน 18.30 แบบว่าโครงงานยังขาดอีก 2 ลายเซ็น
    (เด๋วลุยต่อวันจันทร์)
    เอาล่ะจบไว้แค่นี้


    เรื่องต่อไปคือสิ่งที่เกิดกับเราในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา(จริงๆแล้วอาจมากกว่านั้น)
    ก็คือดูหนังไปประมาณ 4 เรื่อง(รวมที่บ้านด้วย)
    คือ casino royale
          เก๋า...เก๋า
          autumn
           Hitch
    ทุกเรื่องมีคำว่า"รัก "สอดแทรกอยุ่เสมอ
    จนตอนนี้เราเริ่มจะ love phobia หน่อยๆ แต่ก็ philia นิดๆ(ฟังดูบ้าๆเนอะ)
    (แต่ถ้ามันเข้าใจได้ง่ายๆก็ไม่ใช่คำๆนี้สิเนอะ55)

    อีกอย่างที่อยากจะฝากทุกคนให้ช่วยเราหน่อยก็คือ
    ช่วงนี้เรารู้สึก"เหมือน"ตัวเองมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
    เราทำบางอย่างที่ปกติเราไม่ทำ
    มีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่น่าจะมี
    แล้วความชอบของเราก็เริ่มเปลี่ยนไป(เล็กน้อยมั้ง)
    จนเรากลัวว่าบางทีมันอาจจะมากไปหน่อย(กับ"ความมั่นใจ")
    ถ้าทุกคนเ็ห็นท่าจะไม่ดีก็ช่วยเตือนด้วยแล้วกันน้า

    ปล.อาทิตย์หน้าเราน่าจะว่างขึ้นแล้ว(ถ้าไม่นั่งเคลียร์งานเก่าต่อ)
          แล้วก็เสาร์อาทิตย์หน้าจะมีทริปของโฟโต้ ช่วยกระจายๆข่าวหน่อยน้า ถ้าใครสนใจลงชื่อที่เราภายในวันพุธนะคับ
    December 01

    สิ้นสุดกันทีไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน555

    แล้วก็จบลงไปซะทีีกับการสอบอันแสนโหดร้าย(ทารุณ... blah blah..)
    นี่ก็วันที่สองแล้วที่สอบเสร็จ อยากบอกว่า happy มั่กๆ555(ขอหัวเราะอีกที)
    ส่วนผลจะออกมาเป็นยังไง....(ก็ช่างมันเหอะ)

    หลังจากอิสระมาสองวัน(ถ้าไม่นับว่าต้องไปเรียน+นอนน้อย)
    ตอนนี้ก็เริ่มมีโปรแกรมใหม่ๆให้ชีวิตอีกแล้ว
    แน่นอนเริ่มด้วยเคลียร์ของก่อนเลย กลับมาดูแล้วตกจายว่าเราสอบไปหมดนี่เลยเหรอ เหอๆ
    ต่อจากนั้นก็ลังหนังสือจากพี่(ไม่อยากบอกเลยว่าตั้งแต่ได้มายังไม่เคยแตะเรย)
    แล้วก็คอมพ์(ต้องชุบชีวิตมันใหม่)
    พันธ์ทิพย์(เอาของไปเปลี่ยน)
    หาข้อมูล trip photo (วันพฤหัสนี้มีประชุมเรื่องสถานที่ด้วย ใครอยากแจม เชิญ)
    คัดรูปเตรียมส่ง gallery (ยังหาดีๆไม่ได้เรยง่า ถ่ายใหม่?)
    ธนาณัติค่ายเส้นทาง(คงต้องไปเบิกซักที)
    รูปงานบุญอาจารย์ใหญ่(จนแล้วจนรอดก็ยังค้างมาจนวันนี้...เหลือแค่เรียงรูปน้า อย่างเพิ่งงับหัวเราล่ะ T_T)
    8-10 ไปไบเทคดู photo fair แล้วก็บัดดี้ร้องเพลง
    แล้วก็สุดท้าย เหอะๆ บอกไปคงไม่เชื่อ เป็น mega project ระยะยาวคือ...
    ....
    ..
    .
    เราจะลดความอ้วน555 ไม่ได้ลดน้ำหนักนะ แต่รีดเอาไขมันออกอ่า คนทักเยอะแล้ว ไม่ได้ๆ
    ไม่รู้จะทำได้ป่าว(จะทำไงยังไม่รู้เลย) ไม่เคยทำ ก็ลองดูแล้วกัน555 (แต่ตอนนี้ก็เริ่มกินน้อยลงแล้วนะ)

    ปล.ช่วงนี้งานใกล้หมดแล้ว ใครมีอะไรมาเสนอก็ลองดูนะจ๊ะ จะรับไว้พิจารณา55
    November 25

    Happy Yeh Yeh!

    วันนี้มาแปลกครับ
    มาด้วยความ happy สุดๆ
    (จริงๆแล้วต้องเป็นเมื่อวาน)
    ก็คือว่า..
    เมื่อวานไปกินข้าวท่าพระจันทร์กับบัดดี้แล้วก็ดีเค
    ขากลับ ด้วยเหตุกลใดไม่ทราบ
    เราทั้งสามก็แวะเข้าร้านน้องท่าพระจันทร์
    แล้วก็เพราะอะไรไม่รู้(อีกน่ะแหละ)
    เราก็ถามพี่เค้าไปว่า
    "มีเพลงของพี่เจี๊ยบ วรรธนามั๊ย"
    (ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็เคยถามไปแล้ว แล้วก็ไม่มี ไม่นับ ticket to the moon นะ)
    เค้าไม่ตอบแต่หยิบอัลบั้มใหม่มาให้
    เราไม่สนใจ เพราะเด๋วหาโหลดเอาก็ได้
    แต่พาดูชื่อเพลง...
    พาราซิมก็เริ่มทำงาน
    เกิด near eye response
    accommodation reflex
    miosis
    แล้วก็ตามด้วยซิม
    increased heart rate
    increased respiratory rate
    เพลงที่สาม"ขอบฟ้า"
    เป็นเพลงที่เราหามานานมาก(และด้วยความยากลำบาก)
    เคยฟังตอนเด็กๆ(ไม่อนุบาลก็ประถม)
    แล้วมาได้ยินอีกทีตอนประมาณม.ต้น
    แล้วก็ตามหาตลอดมา
    แต่..ไม่มี
    เพราะเป็นเพลงเก่ามาก
    (ที่เคยถามร้านน้องก็เพลงนี้แหละ)
    ส่วนอัลบั้มใหม่นี้เป็นการเอาเพลงเก่าๆของพี่แกมารวมชุดขายใหม่
    ทั้งหมดมีแค่ 300 แผ่น และไม่ทำอีกแล้ว!!!!
    "The 10 steps before"
    เรายังฟังไม่หมด
    แต่เท่าที่ดูก็มีเพลงดังๆครบแหละ
    ส่วนที่เหลือ(ที่เราไม่รู้จัก)...ยังไม่ได้ฟัง
    เอาไว้ถ้าว่างๆอาจะแกะเนื้อเอามาลงให้ดูแล้วกัน
    (แต่บางคนอาจะไม่ชอบก็ได้นะ)
     
    ปล.ตอนนี้ต้องไปอ่านหนังสือก่อนแล้ว(วันนี้ต้องจบอีก 2 systems) สำหรับผู้ร่วมชะตากรรมทั้งหลายก็ขอให้มีความสุขกับการอ่านและโชคดีกับการสอบเช่นเคย
         นะครับ555
    November 02

    เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย?

    หลังจากจบงานใหญ่ไปหมดแล้ว
    ตอนนี้..ก็ได้เวลาพัก(แปบนึง)ซักที
    ตอนแรกว่าจะอัพทุกเรื่องเลยที่ได้ไปมา
    ทั้งสุพรรณ ค่ายเส้นทาง  13เข็ม คอสเพลย์
    .....
    ...
    ..
    .
    แต่ตอนนี้เหนื่อย
    แค่เรื่องงานก็มากแล้ว(ถึงตอนนี้จะเสร็จไปเยอะแล้วก็เถอะ)
    ยังมีเรื่องอื่นอีก..
     
    เอาเป็นว่า
    ช่วงนี้อาจจะยังไม่อัพแล้วกัน
    อาจจะต้องรอหลังสอบไปเลยอ่า
    แต่ก็ไม่แน่นะ
    ถ้าวันไหนว่างๆ+มีอารมณ์
    ก็อาจจะมาอัพก็ได้
     
    ช่วงนี้ที่คนทำงานกันมากมาย
    เราก็ขอโทษด้วยละกัน
    ที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
    ตอนนี้กำลังเคลียร์สตอกเก่าน่ะ
     
    ส่วนเรื่องรูป
    ของค่ายเส้นทางก็ไปดูที่เว็บค่ายละกันเนอะ
    รูปงานอื่นๆไว้รอว่างคัดก่อนจะเอามาให้ดูอีกทีละกัน
    โชคดีทุกๆคนน้า
    October 01

    จะหายแล้ว !!

    อย่างที่ขึ้นไว้น่ะแหละ
    เราจะหายแล้วน้า
    ตอนนี้"รู้สึก" ปกติสุดๆ
    แต่ที่แผลก็มี mucosa ลงมาคลุมเกือบหมดแล้ว
    ไม่เจ็บคอ ไม่ต้องพูดเสียงอู้อี้แล้ว
    (ร้องเพลงได้แล้ว?)
    แต่..
    เวลาหมดลงแล้ว
    เปิดเทอมแล้ว ไม่มีเวลาว่างแล้ว
    ยังมีสิ่งที่อยากทำ
    หนังที่อยากดู
    หนังสือที่อยากอ่าน
    (การบ้านที่ต้องทำ?)
    อีกมากมาย
    เวลาในชีวิตคนเรานี่ไม่เคยพอจริงๆ(ในมุมหนึ่ง)
    แต่ก็ไม่เป็นไร
    เปิดเทอมแล้วก็เจอคนมากมาย
    (กับงานอีกมากมาย?)
    ก็ดี(?) จะได้ไม่ว่าง ได้ทำอะไรมากมาย
    อย่างน้อยปิดเทอมนี้เราก็ทำอะไรเสร็จไปหลายอย่างละกัน(ไว้จะมาสรุปให้นั่งอ่านกันเล่นๆ)


    ปล.ได้ notebook (กลับ)มาแล้ว คราวนี้(ไม่)ได้เรียนกันล่ะ

    Alone I Break Part 2

    อาจเพราะ...อยู่บ้านคนเดียวนานๆ
    อาจเพราะ...ไม่ไ้พูดกับใคร(เท่าไหร่)
    อาจเพราะ...ไม่ได้ทำในสิ่งที่อยาก

    อาทิตย์นี้ไม่รู้เป็นไร
    ..เหงา..
    อีกแล้ว

    วันพฤหัสนี่ peak มาก
    ทนไม่ไหว
    ต้องออกจากบ้านไปกินข้าวเย็นกับบัดดี้
    (ขอบใจเจงๆ)
    วันนั้นไม่รู้เป็นอะไรจริงๆ

    แล้วก็วันศุกร์อีก
    เดินคนเดียวไปซื้อของ
    ทั้งๆที่รีบ เครียด(เล็กๆ)
    หัวคิดอะไรจนแทบจะไม่ว่างอยู่แล้ว
    ส่วนหนึ่ง..
    ยังเหงา
    ตลอดเวลา

    ไม่รู้ต่อไปจะเป็นอีกมั๊ย
    ไม่อยากเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว
    แต่..อย่างว่าแหละ
    ก็ยังตัดสินใจไม่ได้เหมือนกัน
    เหมือนรูปที่ขึ้นไว้ตอนนี้
    จุดเด่นสองจุด
    กับทางสองทาง
    ผืนดิน..
    กับท้องฟ้า
    สีเทา..
    กับแสงสี
    โดดเดี่ยว..
    กับ....